FREE DELIVERY on orders over 1,500 Baht.

About Organic





ในสภาวะปัจจุบันคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องจากการอุปโภคบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีสารสังเคราะห์หรือสารเคมีตกค้างทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค

เชื่อว่าคนทั่วไปย่อมรู้จักคำว่า "ออร์แกนิค" กันดีอยู่แล้ว ในคำนิยามว่า "บริสุทธิ์จากธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ไร้สารเคมี ไร้สิ่งตกค้าง" หรือคำอื่นๆที่มีความหมายคล้ายกับที่กล่าวข้างต้น จุดประสงค์ของคนซื้อสินค้าออร์แกนิค ไม่เพียงแต่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ที่บริสุทธิ์มาจากธรรมชาติ แต่ยังต้องปลอดจากสารเคมีอันตรายด้วย เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค แต่หันไปเลือกซื้อแต่ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติก็พอ ซึ่งปัจจุบันในตลาดก็มีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิควางจำหน่ายอยู่มากมาย แต่เราจะเลือกผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่ต้องมีวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคเท่านั้น หากได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรเกษตรอินทรีย์นานาชาติด้วย (USDA, ECOCERT) ก็สามารถมั่นใจในคุณภาพได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้องไม่มีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบ ไม่เช่นนั้นแล้วถึงจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิคที่ดีเพียงใด ก็คงไม่มีประโยชน์เพราะยังคงสัมผัสกับสารเคมีอันตรายอยู่เหมือนเดิม

 




สารเคมีรุนแรงใน Skincare&Haircare ที่มาตรฐานยุโรป อเมริกา แนะนำให้หลีกเลี่ยงคือ

-  Sodium Lauryl Sulfate, Sodium Laurate Sulfate (SLS) and Sodium Lauryl Ether Sulfate (SLES) เป็นสารเคมีในกลุ่มของ Sulfate ซึ่งเป็นสารชำระล้างชนิดรุนแรงจึงนิยมนำมาเป็นส่วนผสมในน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ให้ฟองมาก จึงรู้สึกสะอาด แต่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมีผลให้ผิวแห้งกระด้าง ความรุนแรงของการการชะล้างทำให้เซลล์ผิวอ่อนแอ เกิดอาการระคายเคือง และก่อให้เกิดผมร่วงได้


-  Silicone เป็นสารที่ให้ความรู้สึกสัมผัสที่นุ่มลื่น จึงนิยมใช้ใน แชมพูและครีมนวดผม มีคุณสมบัติที่ยึดเกาะแน่น ล้างออกได้ยาก จึงทำให้เกิดสารเคมีตกค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุของการอุดตันรูขุมขน ผิวหนังอักเสบ และสิว

-  Parabens เป็นสารสังเคราะห์ประเภทสารกันเสีย ซึ่งช่วยรักษาสภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ให้ขึ้นรา หรือเปลี่ยนสภาพ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ในบางราย จากการวิจัยของ Dr. S. Oishi สำนักงานวิจัยเพื่อสาธารณะแห่งมหานครโตเกียว, Dr.Philipa Dabre นักชีวโมเลกุลชาวอังกฤษ และ การวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา พบว่าความถี่ของการใช้สารสังเคราะห์ประเภท Paraben มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมขั้นต้น

-  Mineral Oil (Petrolatum) เป็นสารที่แยกจากการสกัดน้ำมัน มักถูกนำมาใช้เพื่อเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่เพราะมีโมเลกุลที่ใหญ่ จึงไม่สามารถซึมผ่านลงผิว จึงอาจเกิดการตกค้างที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว รูขุมขนอุดตัน และผิวหนังอักเสบ เป็นต้น

-  Artificial Colour สีสังเคราะห์เพื่อแต่งแต้มให้เกิดความสวยงาม แต่สีที่มาจากการสังเคราะห์อาจมีสารหนัก รวมทั้งสารหนูและสารตะกั่ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

-  TEA (Triethanolamine) สารที่ทำหน้าที่ปรับค่า pH ไม่ให้เป็นกรดเป็นด่างมากไป ซึ่งหากร่างกายได้รับในปริมาณน้อยก็จะไม่เกิดอันตราย แต่หากได้รับสะสมในปริมาณมาก อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นสารเคมีที่มีผลต่าทารกในครรภ์ในการพัฒนาสมอง

-  DEA (Diethanolamine) เป็นสารประกอบของแอมโมเนีย ทำหน้าที่เป็นสารคงสภาพและปรับค่า pH สารชนิดนี้อาจออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของฮอร์โมน และมีผลทำให้ปริมาณ Choline ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมองของตัวอ่อนในครรภ์ลดลงด้วย



ที่มา
http://www.naturalsolutionsmag.com
www.thegoodhuman.com
www.terressentials.com/truthaboutparabens.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Paraben